รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมน้ำแตกผสมสารสกัดจากใยแมงมุม โดดเด่นด้วยคอนเซปท์ Early aging จากแบรนด์ Dermanour กับ Golden Spider Lifting Cream และ Serum

15 May 2018

รีวิว/วิเคราะห์ส่วนผสมครีมน้ำแตกผสมสารสกัดจากใยแมงมุม โดดเด่นด้วยคอนเซปท์ Early aging จากแบรนด์ Dermanour กับ Golden Spider Lifting Cream และ Serum

สวัสดีค่ะ วันนี้มี่มี รีวิวครีมและเซรั่มที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะเดี๋ยวนี้เขามีการสกัดเอา Peptide จากแมงมุมมาใช้ในเครื่องสำอางกันแล้วนะคะ
ผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจที่ใช้ Peptide จากใยแมงมุมนี้มาจากแบรนด์ Dermanour (เดอร์มาเนอร์) นางเป็นแบรนด์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และสุขภาพโดยใช้แนวความคิดด้านชีวเวชสำอางจากธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีชั้นสูง และองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้านความงาม และสุขภาพจากศาสตร์ต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการสร้างประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ และความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภคค่ะ
ผลิตภัณฑ์มีชื่อเต็มๆว่า Dermanour Golden Spider Lifting Cream และ Lifting Serum ค่ะ ซึ่งมีหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

นางมากันในกล่องสีน้ำเงินตัดกับขาว ตัวครีมเป็นกระปุกสีชมพู ส่วนตัวซีรั่มมาในขวดปั๊มสีชมพูค่ะ

เนื้อครีมมาในรูปแบบครีมน้ำแตก (Water drop) ซึ่งมีความบางเบา ไม่เหนอะหนะ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบปกป้องผิวได้ดีค่ะ

ตอนเกลี่ยจะเกลี่ยได้ง่าย และมีน้ำคายออกมาจากเนื้อครีม เราเลยเรียกเป็น Water drop ค่ะ จะให้ความรู้สึกสดชื่น และเย็นสบายผิว

ค่า pH มี่วัดจากน้ำที่คายออกมาจากเนื้อครีมนะคะ

อยู่ที่ราวๆ 6 – 7 ค่ะ

เรามักจะมีความเชื่อว่า pH ของเครื่องสำอางควรจะอยู่ที่ 5.5 แต่ความจริงก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นอย่างนั้นเสมอไปค่ะ
ผิวของคนเราจะมีค่า pH ที่ประมาณ 5 – 6 เฉลี่ย 5.5 และมีระบบบัฟเฟอร์ ที่ช่วยปรับให้ค่า pH ลงมาสมดุลในช่วงนี้ตลอด
ดังนั้นไม่ว่าเราจะทาอะไรลงไป ผิวคนปกติก็จะปรับค่า pH กลับมาที่เดิมได้ค่ะ แค่เลี่ยงพวกที่มีค่า pH เว่อร์วัง
แบบเป็นเบสแรง ค่ามากกว่า 12 หรือเป็นกรดแรงๆ น้อยกว่า 3 ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ และ
คนที่ต้องระวังและ Serious เรื่องค่า pH จะเป็นกลุ่มของคนที่เป็นโรคผิวหนัง หรือเป็นผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือเป็นเด็กทารก
เพราะระบบ Buffer ในผิวของเขาเหล่านี้ทำงานได้ไม่ค่อยสมบูรณ์ค่ะ

ส่วนตัวซีรั่มก็จะมาในเนื้อที่บางเบากว่า เป็นของเหลวใส คล้ายเจล ซีรั่มจะแผ่กระจายบนผิวได้ดีกว่าเจลทั่วไป และมีความชุ่มชื้นอยู่ค่อนข้างมากค่ะ

ค่า pH ของเนื้อเบสซีรั่มอยู่ที่ราวๆ 6 ค่ะ

ตรงข้างกล่องก็จะมี Claim ถึงการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยไว้อยู่ค่ะ
60% ของอาสาสมัครมีรอยตีนกาลดลง
85% ของอาสาสมัครมีผิวที่เรียบเนียนขึ้น
51% ของอาสาสมัครมีผิวหน้ายกกระชับขึ้น
37% ของอาสาสมัครมีผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
และก็มีเคลมเรื่องของปกป้องมลพิษ 3 อย่างหลักในเขตเมือง คือ ไอเสียรถยนต์ มลพิษทางอากาศ และควันบุหรี่
ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัย (Safety Test) ด้วยสถาบัน Dermscan Asia ในอาสาสมัครอายุ 19 – 57 ปี ว่าไม่ระคายเคืองผิวค่ะ


มี่ลองวัดผิวของมี่ด้วยเครื่อง BIA ดู ตัวครีมก็ถือว่าทำมาได้ดีนะคะ
ค่าความชุ่มชื้น ก่อนทาครีมอยู่ที่ระดับ +2 หลังทาครีม ขึ้นเป็น +3
ค่าความนุ่ม ก่อนทาครีมจะอยู่ที่ระดับ +2 หลังทาครีมขึ้นเป็น +3
ค่าปริมาณน้ำมันของผิว ก่อนทาครีมและหลังทาครีมไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ อาจจะเพราะว่าตัวครีมไม่ได้มีส่วนของน้ำมันอยู่ หรือเพราะค่ามัน max ของเครื่องมือแล้วก็เป็นไปได้

ถ้าถามว่าเครื่อง BIA นี้น่าเชื่อถือแค่ไหน ส่วนตัวมี่คิดว่าน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง เพราะลองวัดผิวหลายๆบริเวณ ค่าที่ได้ก็ไม่เท่ากัน
อย่างวัดต้นขา ซึ่งจะแห้งมากเว่อร์ ค่าความชื้นกับความมันก็จะติดลบ พอเอามาวัดหน้า ค่าความชื้นกับค่าความมันก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ในช่วง + ค่ะ
ถ้าเราลองวัดผิวที่เดียวกันซ้ำๆ ค่าที่ได้ก็จะออกมาใกล้เคียงกันค่ะ แต่ก็ได้ในระดับ Home use นะคะ คงยังไม่ถูกต้องมากถึงขนาดหยิบเอาไปวัดผิวอะไรในงานวิจัยได้
BIA นี่ย่อมาจาก Bioelectric impedance analysis เป็นการวัดแรงต้านทางทางไฟฟ้าขององค์ประกอบต่างๆในผิว ซึ่งจะมีทั้งน้ำ ที่นำไฟฟ้าได้ และไขมัน ที่ไม่นำไฟฟ้าค่ะ

สรุปได้ย่อๆ ว่า มลภาวะในอากาศ นั้นสามารถทำให้ผิวเราเกิดผลเสียได้ 4 ประการหลักๆ คือ อักเสบ เหี่ยว ดำ และ เสื่อม
1. อักเสบ คือ การที่มลภาวะเหล่านี้ซึมลงไปในผิวแล้วกระตุ้นให้เกิดการสร้างสารก่อการอักเสบในตระกูลของพวก Interleukins ขึ้นมา
ซึ่งจะมีผลทำให้ผิวเราเกิดการอักเสบต่างๆมากมาย
2. เหี่ยว เมื่อมลภาวะลงไปในผิวจะไปเหนี่ยวนำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นมาในผิว ที่จะมีผลทำให้เอนไซม์ MMP ทำงานเพิ่มขึ้น
เอนไซม์นี้เป็นเอนไซม์ที่ไปย่อยสลายคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว ทำให้ผิวเหี่ยวและเกิดเป็นริ้วรอยตามมา
3. ดำ อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากมลภาวะสามารถไปเหนี่ยวนำให้เซลล์สร้างเม็ดสีผิว สร้างเม็ดสีผิวมากขึ้น ทำให้ผิวดำคล้ำ หรือ เกิดเป็นจุดด่างดำ
4. เสื่อม มลภาวะทำลาย Barrier ผิว ทำให้ Barrier ผิวเสื่อมลง ผิวจะแพ้ได้ง่ายขึ้น

จริงอยู่ที่เราสามารถป้องกันมลภาวะได้หลายวิธี แต่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Claim เกี่ยวกับด้าน Anti-pollution
นั้นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้ง่ายค่ะอีกจุดหนึ่งที่สำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีคอนเซปท์ที่เป็น Early aging หรือ Pre-aging
ซึ่งเป็นการดูแลผิวก่อนที่จะเริ่มเกิดความแก่ขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีอายุระหว่าง 25 – 35 ปีค่ะ เป็นช่วงวัยทำงานตอนต้นพอดี
มาทั้งทีไม่วิเคราะห์ส่วนผสมคงไม่ได้ วันนี้ขอวิเคราะห์ส่วนผสมแบบละเอียดจัดเต็มเลยนะคะ

ส่วนผสมเป็นดังนี้ค่ะ

วันนี้เรามารีวิวกันแบบละเอียด แจงจัดหนักทุกส่วนผสมเลยนะคะ
ถ้าเราพิจารณากันจะพบว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแทบทุกชนิดจะประกอบด้วยส่วนหลักๆ 3 ส่วน คือ
1. Actives คือ สารบำรุง เป็นส่วนที่ทำให้เครื่องสำอางมีคุณสมบัติที่ดี รวมไปถึงมีประโยชน์ทางชีวภาพ
2. Base คือ เนื้อหลักของผลิตภัณฑ์ บางทีอาจเรียกว่า Vehicle
3. Additive คือ สารที่ช่วยเสริมให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติที่ดี มีความน่าใช้ และมีความปลอดภัย

มี่ได้ทำสีส่วนผสมสารบำรุงไว้หลายๆสีนะคะ เดี๋ยวจะบอกอีกทีว่าแต่ละสีมีประโยชน์อะไรบ้าง มาดูรายละเอียดส่วนผสมแต่ละตัวกันเลยนะคะ
1. Actives กลุ่มของสารบำรุง มีอยู่หลายตัวเลยทีเดียวค่ะ
สีม่วง: พระเอกของเรา SR-spider polypeptide-1 ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สกัดออกมาจากใยแมงมุม ซึ่งว่ากันว่าเป็นเส้นใยที่แข็งแรงที่สุด
ทางแบรนด์เคลมว่า ใช้เส้นใยสีทองจากใยแมงมุมสายพันธ์ Araneus diadematus ซึ่งผู้ผลิตวัตถุดิบเคลมว่าเมื่อทาลงผิว
นางจะไปเรียงตัวเป็นฟิล์มบางๆบนผิว ทำหน้าที่เป็นเสมือน Barrier ช่วยโอบอุ้มและพยุงผิวเอาไว้
พร้อมปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อม สารเคมีที่อาจก่อการระคายเคืองแก่ผิว รวมถึงเชื้อโรคต่างๆไม่ให้ทำร้ายผิวได้
สีชมพู: ส่วนผสมของ Maltodextrin กับ Swertia chirataextract ตัวนี้เป็นวัตถุดิบนำเข้าจากฝรั่งเศสค่ะ
วัตถุดิบนี้คือเจ้า SWT-7 ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่สกัดจากต้น Indian gentian (Swertia chirata)
วัตถุดิบนี้ได้รับรางวัลเหรียญเงินส่วนผสมยอดเยี่ยม (Best ingredient Silver) จากงาน In-cosmetics เมื่อปี 2015 ด้วยค่ะ
เอ๊ะทำไมแค่สารสกัดธรรมดาเบๆถึงได้รางวัล Silver มาดูรายละเอียดกันค่ะ

วัตถุดิบนี้ถึงจะดูพื้นๆ แต่ไม่ธรรมดาเลยค่ะ เพราะทางบริษัทมีผลการทดสอบทั้งในระดับหลอดทดลองและระดับอาสาสมัคร
มีกลไกการออกฤทธิ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนและโดดเด่นค่ะ โดยมี Claim ว่าสามารถส่งเสริมให้ผิวเราสร้าง Stem cell และ Growth factor
ออกมา โดยไม่จำเป็นต้องไปนำส่งอะไรให้วุ่นวายยุ่งยาก และยังมีคุณสมบัติเสริมการฟื้นฟูตัวเองของผิวได้อีก

การทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่ามีผลเสริมการสังเคราะห์ KGF (Keratinocyte growth factor)
ซึ่งเป็น Growth factor ของเซลล์ผิวในหนังกำพร้า ทำให้ชั้นผิวหนาตัวขึ้น

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

การทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงที่มีการทำให้เซลล์เกิดความเสียหาย พบว่าสารนี้สามารถเสริมการฟื้นฟูตัวเองออกมาทดแทนเซลล์ที่เสียหายไป

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

การทดสอบในอาสาสมัครอายุ 45 – 60 ปี จำนวน 17 คน ให้อาสาสมัครทาครีมที่มีสารนี้เทียบกับครีมเบส วันละ 2 ครั้ง
เช้าเย็น เป็นเวลา 28 วัน พบว่าอาสาสมัครมีริ้วรอยลดลงตั้งแต่ 7 วันแรกค่ะ

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

เมื่อใช้ต่อจนครบ 28 วันก็มีริ้วรอยลดลง และผิวพรรณเรียบเนียนขึ้นค่ะ

(Image from Lucas Meyer Cosmetics)

ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว (เอกสารอ้างอิง TDS SWT-7, Lucas Meyer Cosmetics)
สิเขียว: Biosaccharide gum-4 คาร์โบไฮเดรตที่ได้จากการหมักจุลินทรีย์ มีประโยชน์ในการปกป้องผิวจากสารเคมีต่างๆ
รวมถึงพวกมลภาวะ โดยตัวมันไปสร้างฟิล์มเคลือบไว้ที่ผิวชั้นนอกไม่ให้สิ่งเหล่านี้มาสัมผัสผิวโดยตรง
ข้อมูลจากผู้ผลิตวัตถุดิบระบุว่า สารนี้สามารถลดการเกิดอนุมูลอิสระภายในเซลล์เมื่อผิวหนังเพาะเลี้ยงสัมผัสกับ 5 และ
ช่วยปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายเพราะอนุมูลอิสระได้ และมีประโยชน์ในการเสริมการปกป้องรังสี UV และสารเคมีบางชนิด
ตัวนี้ทางแบรนด์ Claim ว่า ใส่มาในความเข้มข้นที่ให้ผลดีในการป้องกัน pm 2.5 กันทั้งอนุภาคควันบุหรี่ ไอเสียรถยนต์ และมลพิษทางอากาศ
สีส้ม: สูตรผสมของ Water (and) Argania Spinosa Kernel Extract (and) Sodium Cocoyl Glutamate (and) Carbomer
มีชื่อทางการค้าว่า Argatensil นำเข้ามาจากฝรั่งเศส ผู้ผลิตเคลมว่าสารนี้มีคุณสมบัติลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวเรียบเนียน
สีฟ้า: สารบำรุงอื่นๆ ได้แก่ Hydrolyzed soy protein เป็นโปรตีนถั่วเหลืองที่ผ่านการย่อยให้มีขนาดเล็กลง มีประโยชน์เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว
Snail secretion filtrate หรือ เมือกหอยทาก มีการทดสอบเชิงคลินิกสนับสนุนถึงประสิทธิภาพในการลดริ้วรอย
Wine หรือไวน์ ประกอบด้วยสาร Resveratrol ซึ่งเป็น antioxidant ที่ดี
Tocopherol หรือวิตามินอี เป็น antioxidant

2. ส่วนของ Base ประกอบด้วย สารกลุ่มน้ำ กลุ่มน้ำมัน และซิลิโคน
1. ส่วนของน้ำ ได้แก่ น้ำ และสารเพิ่มความชุ่มชื้นที่ละลายน้ำได้ อย่าง Propylene glycol, Butylene glycol, Triethyleneglycol,
Dipropylene glycol, PEG-10 พวกนี้เรียกว่าเป็น Humectant ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นโดยการดูดน้ำให้ผิว อาจนับรวมเอาพวก Hexanediol, Ethyl hexanediol มารวมไว้ก็ได้
2. ส่วนของน้ำมัน มีน้ำมันสังเคราะห์อย่าง C12-15 alkyl benzoate เป็นตัวช่วยละลายสารบางชนิดในครีม

1. ส่วนของซิลิโคน มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแบบระเหยได้ และแบบเคลือบผิวปกป้องรักษาความชุ่มชื้น ได้แก่
Cyclopentasiloxane, Dimethicone, Dimethicone/PEG-10/15 crosspolymer, PEG-10 dimethicone,
Phenyl trimethicone, Dimethiconol, Dimethicone crosspolymer พวกนี้ทำหน้าที่ขึ้นเบสให้มีความบางเบา

ตัวที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้นตัวหลักที่ทำให้เกิดเนื้อน้ำแตก หรือ Waterdrop อย่างเจ้า Dimethicone/PEG-10/15 crosspolymer นั่นเองค่ะ

3. ส่วนประกอบอื่นๆ หรือ Additives ได้แก่
3.1 สารเพิ่มความหนืด ได้แก่ Acacia gum, Caesalpinia gum, Xanthan gum และ Carbomer
3.2 Surfactant และ Emulsifier มีเจ้า Sodium cocoyl glutamate ที่ติดมากับตัว Argatensil
3.3 สารกันเสีย ได้แก่ Phenoxyethanol, Sodium benzoate และอาจนับรวม 1,2-Hexanediol เข้ามาด้วย
3.4 สารจับโลหะ ได้แก่ Disodium EDTA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารกันเสีย และความคงตัวของตำรับ
3.5 น้ำหอม
3.6 อื่นๆ ได้แก่ Sodium citrate อาจใส่มาเพื่อปรับ pH และ เกลือ หรือ Sodium chloride จำเป็นต่อการเกิดเนื้อแบบ Water drop

ในบทสรุปครีมนี้จะมาในเบสแบบอิมัลชั่นชนิดซิลิโคนในน้ำ s/w ที่ประกอบด้วย น้ำ และซิลิโคนเป็นหลัก
ในส่วนผสมของสารบำรุงอยู่หลายชนิด ให้ประโยชน์ไปในด้านการลดริ้วรอยเป็นหลัก รองลงมาคือด้านความชุ่มชื้น ต่อต้านมลภาวะ และชะลอวัย
ซึ่งส่วนผสมที่ใส่มาถือว่าเลือกมาได้ดี ไม่มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว

ในส่วนของเซรั่มก็จะทำมาคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนเบสเป็นเบสแบบที่มีน้ำเยอะหน่อย เสริมซิลิโคนมานิดหน่อยเพื่อให้ Feeling ดี

มาให้คะแนนกันดีกว่า
1. สารบำรุง มีสารบำรุงหลายชนิด นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีคุณสมบัติเด่นในด้านของการลดริ้วรอย
ซึ่งทางผู้ผลิตวัตถุดิบมีการทดสอบประสิทธิภาพเอาไว้ทั้งในระดับหลอดทดลองและในระดับอาสาสมัคร
ประโยชน์รองๆคือ มีประโยชน์ในด้านความชุ่มชื้น ต่อต้านมลภาวะ ซึ่งผลของมลภาวะนั้นก็สามารถทำให้ผิวอักเสบ
เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ รวมถึง Barrier ผิวเสื่อมสภาพลงไปได้ โดยตัวนี้มีสารที่ให้คุณสมบัติในการปกป้องมลภาวะ
และเสริมสารที่ให้คุณสมบัติในการลดริ้วรอยไปพร้อมๆกัน ถ้าพิจารณาในด้านของการเป็น Anti-pollution และเป็น Pre-aging
แล้ว ถือว่าทำมาได้ค่อนข้างดี สำหรับผู้ที่มีอายุ 25 – 35 ค่ะ จุดนี้ขอให้ 5 ฟลาสก์
2. ส่วนผสมอื่นๆ ในตัวเบส มีส่วนของสาร Humectant ที่ดูดจับน้ำให้ผิว และมีสารเคลือบปกป้องผิวกันน้ำระเหยออกไป
ส่วนผสมอื่นๆไม่ได้มีสารที่ไม่เป็นมิตรกับผิว เลยขอให้ไป 5 ฟลาสก์
3. การใช้งาน ส่วนตัวมี่มีผิวแห้ง ตัวครีมถือว่ามีสัมผัสที่บางเบา ไม่เหนอะหนะมากเกินไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าแห้งมากเกินไป
ส่วนตัวเซรั่มอาจจะแห้งไปซักหน่อย ต้องหาครีมมอยส์เจอร์มาทาทับอีกชั้นหนึ่งค่ะ ทั้งสองตัวนี้คนผิวมันน่าจะชอบ
เพราะไม่เหนอะหนะเลย และให้ความรู้สึกสดชื่น สบายผิว ส่วนด้านริ้วรอย ส่วนตัวมี่ไม่ได้มีริ้วรอยอะไรเยอะ
ที่จะรู้สึกก็เรื่องผิวนุ่ม เรียบเนียน และเต่งตึงค่ะ ให้ไป 5 ฟลาสก์